ประวัติ จูเซ็ปเป้ รอสซี่

ประวัติความเป็นมา

จูเซ็ปเป้ รอสซี่ นักเตะร่างเล็กชาวอิตาเลี่ยน เกิดช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1987 ที่ เทียเน็ค, นิวเจอร์ซี่ย์ สหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน ค้าแข้งอยู่กับสโมสร บียาร์เรอัล ทีมดังในศึกลา ลีกา สเปน ในตำแหน่งกองหน้า โดยพ่อ เขาเป็นเป็นอดีตโค้ชทีมบอลของโรงเรียนไฮสคูล คลิฟตัน ขณะที่ แม่ของเขา ปัจจุบันเป็นครูของโรงเรียนเดียวกันนี้    ufa1688 

เริ่มอาชีพค้าแข้ง

2000-2004 ระดับเยาวชน

รอสซี่ ก่อกำเนิดบนเส้นทางสายลูกหนังจากการปลุกปั้นในสถาบันเยาวชนลูกหนังของ ปาร์ม่า ทีมดังแห่ง เซเรีย อา อิตาลี จนแววเด่นของเจ้าหนูรอสซี่ ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 17 ปี ก็ไปเตะตายอดทีมของอังกฤษ อย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าอย่างจัง จึงถูกชักนำไปสู่ทีม โดยมี "เฟอร์กี้" เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ช่วยขัดเกลาฝีแข้งของพ่อชายหนุ่มรายนี้

2004-2007 : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รอสซี่ ซึ่งเดินไปสู่รั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อกรกฎาคม 2004 ถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญในทีมสำรองของแมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเผ่านาสู่ทีม โดยในฤดูแรกที่เขาลงเล่นให้ทีมสำรองของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็สามารถระเบิดฟอร์มได้ในทันทีทันใด ด้วยสถิติลงเล่น 19 นัด ทำได้ 13 ประตู

พฤศจิกายน 2004 ซึ่งภายหลังที่เขาเซ็นสัญญาเล่นบอลอาชีพกับสโมสรเพียง 2 สัปดาห์ รอสซี่ ใส่เสื้อหมายเลข 42 ลงสัมผัสเกมชุดใหญ่ในฐานะผู้เล่นสำรองเป็นนัดแรก ในบอลคาร์ลิ่ง คัพ รอบที่ 4 พบกับ คริสตัล พาเลซ  และในครั้งนั้นแมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะมาได้ 2-0

รอสซี่ ขึ้นๆ ลงๆ ในทีมสำรอง และทีมชุดใหญ่ของแมนฯ ยูฯ ตลอดฤดู 2005/2006 และเป็นกำลังสำคัญพาทีมสำรองคว้า 3 แชมป์ในปีนั้น (แชมป์ลีกสำรอง, แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ และบอลถ้วยของทีมสำรอง) ทำประตูได้ถึง 30 ประตู

แต่ความทรงจำที่มิอาจลืม ในฐานะนักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ด คือการเปิดฉากสนามในศึกพรีเมียร์ลีกนัดแรก นัดที่พบกับซันเดอร์แลนด์ ที่เจ้าตัวสามารถทำประตูได้ทันทีในนัดเปิดซิงตัวเองบนเวทีพรีเมียร์ลีก ซึ่งนับรวมแล้ว เจ้าหนูรอสซี่ ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด 14 นัด ยิงไปทั้งสิ้น 4 ประตู

ก่อนหน้านี้ รอสซี่เคยถูก แมนฯ ยูฯ ส่งไปลับฝีแข้งกับนิวคาสเซิ่ล ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่จะไปกอบกู้ทีมปาร์ม่า อดีตต้นสังกัดเก่า รอดพ้นจากการตกชั้น และทำได้ 9 ประตู จาก 19 นัดที่ลงสนาม อย่างไรก็ตาม วินาทีแห่งการจากพรากก็มาถึง เมื่อยูไนเต็ดได้ทำการตกลงกันอย่างเรียบร้อยกับทางบียาร์ เรอัล สำหรับการตกลงขายจูเซ็ปเป้ รอสซี่ อย่างถาวร โดยไม่มีการเปิดเผยค่าตัวในการย้ายทีมคราวนี้

2007-ปัจจุบัน : บียาร์เรอัล

ในสีเสื้อ "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล รอสซี่ ใส่เสื้อหมายเลข 22 ลงเปิดฉากสนามพบกับ ทีม "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย ก็สามารถทะลวงตาข่ายได้เลย และยัดเยียดความปราชัยให้กับ "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย ไป 3-0 ในแมตช์แรกของตนเอง ช่วงวันที่ 26 สิงหาคม 2007

สรุปผลงานในฤดู 2007-2008 ที่ผ่านมา เจ้าหนูรอสซี่ ผนึกกำลังกับ นิฮัต คาห์เวซี่ ศูนย์หน้าชาวเติร์ก ช่วยกันถล่มประตูคู่แข่งได้ถึง 33 ประตู พาบียาร์เรอัล เข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ได้สำเร็จ

ปัจจุบัน รอสซี่ลงเล่นให้กับทีมไปแล้ว 57 นัด ทำได้ 23 ประตู

ทีมชาติอิตาลี

แม้ รอสซี่ จะถือพาสปอร์ตสองสัญชาติ ระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิตาลี แต่เขาก็ตัดสินใจเลือกที่จะรับใช้ทีมชาติ "อัซซูรี่" โดยในปี 2006 รอสซี่ ได้รับการชักชวนจาก บรูซ อารีน่า โค้ชทีมชาติสหรัฐฯ ให้ร่วมฝึกซ้อมในแค้มป์เก็บตัวชุดเตรียมลุยศึกบอลโลก 2006 แต่เขาก็ปฏิเสธไป พร้อมกับให้เหตุผลว่า ตนเองปรารถนาที่จะเล่นให้กับทีมบ้านเกิดแท้ๆ ของครอบครัว

และก่อนหน้านี้ เขาก็เคยเล่นให้กับทีมระดับเยาวชนของอิตาลีมาแทบจะทุกรุ่นอยู่แล้ว ไล่ตั้งแต่ระดับ ยู-16 จนถึง ยู-21 ซึ่งปัจจุบัน เขาก็เป็่นหนึ่งในสมาชิกขุนพลอิตาลีจูเนียร์ เดินทางไปลุยศึกบอลโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่ปักกิ่ง เมืองจีน

ลงเล่นนัดแรกให้ทีม 10 พฤศจิกายน 2004 พบกับ คริสตัล พาเลซ

จูเซ็ปเป้ รอสซี่ อาจเป็นนักเตะคนหนึ่งที่ตัวเล็กที่สุดในทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่นั่นก็ไม่ใช่หัวข้อสำคัญ เมื่อมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่รอคอยเขาอยู่ข้างหน้า

ศูนย์หน้าชาวอิตาเลี่ยนที่เกิดในอเมริกาผู้นี้ย้ายจากทีมปาร์ม่า ในกัลโช่ ซีรี่ เอ ร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนกรกฎาคม ปี 2004 เขาเสียเวลาไปกับการเล่นให้ทีมสำรองอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง โดยเขาลงเล่นให้ทีมสำรองของแมนฯ ยูไนเต็ด 19 นัด ทำได้ 13 ประตู

ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจของจูเซ็ปเป้ กับทีมสำรอง ทำให้เขาถูกเรียกตัวให้ติดทีมชุดใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2004 ซึ่งภายหลังที่เขาเซ็นสัญญาเล่นบอลอาชีพกับสโมสรเพียง 2 สัปดาห์

เซอร์ อเล็กซ์ ให้รอสซี่ ใส่เสื้อหมายเลข 42 และใส่ชื่อเขาในทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในชุดที่พบกับคริสตัล พาเลซ ในบอลคาร์ลิ่ง คัพ รอบที่ 4 และเขาก็ได้ลงเล่นให้กับทีมในฐานะผู้เล่นสำรองโดยลงเล่นแทนเดวิด เบลลิยง และในครั้งนั้นแมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะมาได้ 2 – 0

หลังจากนั้นเขาก็มีส่วนร่วมในทีมชุดใหญ่มากขึ้นในฤดู 2005/06 และเขาก็ยังคงลงเล่นให้กับทีมสำรอง และทำประตูได้ถึง 30 ประตู ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ทีมสำรองคว้า 3 แชมป์ในปีนั้น (แชมป์ลีกสำรอง, แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ และบอลถ้วยของทีมสำรอง)

นักเตะทีมชาติอิตาลีชุดอายุไม่เกิน 21 ปีผู้นี้ ได้ลงเล่นให้กับทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดใหญ่ 14 ครั้ง และทำได้ 4 ประตูซึ่งประตูแรกของเขาเกิดขึ้นในนัดแรกที่เขาลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก พบกับซันเดอร์แลนด์

เมื่อดูจากกองกลางตัวเก๋าอย่างพอล สโคลส์ หรือศูนย์หน้าอย่างเวย์น รูนี่ย์ แล้วจูเซ็ปเป้ รอสซี่ ก็มีทักษะ พรสวรรค์ และทัศนคติไม่แพ้พวกเขา และเขาก็อาจจะเปลี่ยนเป็นนักเตะระดับสุดยอดในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้ และจากระยะเวลาในสัญญาที่เขาจะอยู่กับทีมจนถึงปี 2010 นั่นก็จะช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าของเขาได้อีกมากทีเดียว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *